“เอลนีโญ-ลานีญา” กระทบผลผลิตเกษตรไตรมาส 3 หดตัว
จับตา GDP เกษตรไตรมาส 3 หดตัว 0.7% จากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ-ลานีญา” ขณะที่ สศก.หั่นเป้า GDP เกษตรไทยทั้งปีทั้งปีอยู่ในช่วง (-0.8)-0.2%
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 3 ปี 2567 (ก.ค.-ก.ย.) หดตัว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการผลิตสินค้าเกษตรบางส่วนได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ ฝนน้อย อากาศแห้งแล้ง และยังได้รับผลกระทบจากลานีญามีมรสุมและฝนตกหนักต่อเนื่องหลายพื้นที่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้สาขาพืชและสาขาบริการทางการเกษตรหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เช่นเดียวกับสาขาประมง ขณะที่สาขาปศุสัตว์และสาขาป่าไม้ยังขยายตัวได้
สาขาพืชหดตัว 0.4% จากเอลนีโญที่ต่อเนื่องจนถึง เม.ย. ทำให้อากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง กระทบการเพาะปลูกและการเติบโตของพืชบางส่วน ผลผลิตพืชหลายชนิดลดลง แม้เอลนีโญสิ้นสุดเดือน มิ.ย. แต่การเข้าสู่ลานีญาในเดือน ก.ย. ทำให้ไทยเผชิญกับมรสุมและมีฝนตกหนัก เกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ส่งผลต่อคุณภาพผลผลิต มีโรคพืชและแมลงรบกวน
สินค้าพืชที่มีผลผลิตลดลง
ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง ยางพารา ทุเรียน เงาะ
สินค้าพืชที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น
ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรดปัตตาเวีย ปาล์มน้ำมัน ลำไย มังคุด
อัปเดตเส้นทางพายุดีเปรสชันลูกใหม่ในมหาสมุทรแปซิฟิก!
สาขาปศุสัตว์ขยายตัว 0.9% เนื่องจากความต้องการบริโภคสินค้าปศุสัตว์เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรบริหารจัดการฟาร์มได้มาตรฐาน ควบคุมเฝ้าระวังโรคได้ดี ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง
สินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น
สุกร ไก่เนื้อ
สินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตลดลง
ไข่ไก่ น้ำนมดิบ
สาขาประมงหดตัว 3.8% เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง ราคาสินค้าประมงลดลง ทำให้เกษตรกรชะลอการผลิต
สินค้าประมงที่มีผลผลิตลดลง
กุ้งขาวแวนนาไม สัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือ ปลานิลและปลาดุก
สาขาบริการทางการเกษตรหดตัว 0.3% เนื่องจากช่วงต้นฤดูเพาะปลูกอากาศร้อนแห้งแล้ง หลายพื้นที่น้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ภาครัฐขอความร่วมมือให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง เกษตรกรบางส่วนจึงปล่อยพื้นที่ให้ว่าง ประกอบกับสภาวะลานีญาทำให้ฝนตกหนักน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดความเสียหายต่อผลผลิตพืชและเป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้กิจกรรมการจ้างบริการเตรียมดินและเก็บเกี่ยว
ผลผลิตพืชที่สำคัญลดลง
ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง
สาขาป่าไม้ขยายตัว 1.2% เนื่องจากผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ครั่ง และรังนก เพิ่มขึ้น โดยไม้ยูคาลิปตัสเพิ่มขึ้นตามความต้องใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษภายในประเทศ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต้องการนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับโรงไฟฟ้า ครั่งเพิ่มขึ้นตามการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะอินเดียและญี่ปุ่น รังนกเพิ่มขึ้นจากความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปรังนกทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะจีน
ขณะที่ไม้ยางพาราลดลงตามพื้นที่เป้าหมายการตัดโค่นพื้นที่สวนยางพาราเก่า และปลูกทดแทนด้วยยางพาราพันธุ์ดีหรือพืชเศรษฐกิจอื่นของการยางแห่งประเทศไทย และถ่านไม้ลดลง เนื่องจากมีการส่งออกไปยังตลาดจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ลดลง
แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567
คาดว่าอยู่ในช่วง (-0.8) - 0.2% เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากเอลนีโญทำให้เกิดความแห้งแล้งช่วงครึ่งปีแรก และลานีญาช่วงครึ่งปีหลังทำให้เกิดอุทกภัย อย่างไรก็ตามปริมาณฝนที่มากขึ้นส่งผลดีต่อการเติบโตของพืชในภาพรวม ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมาตรฐาน การบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวโดยเฉพาะการบริโภคและส่งออก ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง อาทิ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ การระบาดของโรคและแมลง รวมถึงปัจจัยภายนอกทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวด อาจกระทบส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB